ไมเคิล บลูมเบิร์ก ขายโปรแกรมหุ้นรวยกว่าเล่นหุ้น

ชื่อของ ไมเคิล บลูมเบิร์ก น่าจะเป็นที่รู้จักของคนไทยมากขึ้น จากข่าวล่าสุดที่เขาเตรียมลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ นอกจากนั้น เขายังมีชื่อเสียงในฐานะมหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินกว่า 53,000 ล้านเหรียญ

ถ้าสำหรับโดนัล ทรัมป์ ทุกคนอาจรู้ว่าความมั่งคั่งของเขามาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่สำหรับ ไมเคิล บลูมเบิร์ก ที่มาของความมั่งคั่งนั้นมาจากสิ่งที่หลายๆ คนอาจนึกไม่ถึง

นั่นคือจากธุรกิจข้อมูลด้านการลงทุน ที่คนในแวดวงสายไฟแนนซ์รู้จักกันดีในชื่อ Bloomberg Terminal

จุดเริ่มต้นของความมั่งคั่งนี้ เริ่มจากตัวของคุณบลูมเบิร์กเองเคยทำงานอยู่ในสายวาณิชธนกิจฝ่ายซื้อขายหุ้น ก่อนที่จะถูกปลดในช่วงราวๆ ทศวรรษที่ 1980

โชคดีที่เขามีทรัพย์สินส่วนตัวอยู่ประมาณ 10 ล้านเหรียญ นับว่าเป็นเงินมากพอที่จะทำให้เขาเกษียณได้อย่างสบายๆ แต่เขาเลือกที่จะนำเงินก้อนนั้นมาก่อตั้งบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน ที่ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท Bloomberg L.P. 

ถามว่าโปรแกรมนี้มีอะไรพิเศษ ? มันก็คือโปรแกรมที่รวบรวมข้อมูลการเงินทุกอย่างเท่าที่จะจินตนาการได้ ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ อัตราแลกเปลี่ยน และราคาสินทรัพย์อื่นอีกเพียบ เรียกได้ว่าบริษัทที่เกี่ยวกับการเงินส่วนใหญ่ต่างก็ต้องใช้บริการของ Bloomberg ทั้งสิ้น

แต่แค่ขายข้อมูลมันจะรวยได้เชียวหรือ ?

จะไม่รวยได้ยังไงล่ะครับ เพราะค่าสมาชิกของโปรแกรม Bloomberg Terminal นั้นสูงถึงปีละ 20,000-24,000 เหรียญต่อเครื่อง และปัจจุบันก็มีลูกค้าที่สมัครใช้บริการกว่า 325,000 เครื่องเข้าไปแล้ว บริษัท Bloomberg L.P. ก็เพิ่งทำรายได้ทะลุ 10,000 ล้านเหรียญไปเมื่อปีที่แล้วนี้เอง

เรื่องของคุณบลูมเบิร์กนั้นคล้ายกับอเมริกาในช่วงยุคตื่นทองเมื่อทศวรรษที่ 1850 ที่ในยุคนั้นมีคนนับร้อยพันต่างแห่กันไปขุดทองเพื่อหวังจะเจอโชคกับเขาบ้าง แต่ส่วนใหญ่ต้องกลับบ้านมือเปล่า 

กลายเป็นว่า คนที่รวยกลับเป็นคนขายเครื่องมือขุดทอง ตั้งแต่จอบ เสียม กระทั่งกางเกงยีนส์ Levi’s ก็มีจุดกำเนิดมาจากการขายกางเกงยีนส์ให้เหล่านักขุดทองเหล่านั้น

แม้เวลาจะล่วงเลยมากว่า 150 ปี แต่คนขุดทองกับคนขายกางเกงยีนส์ก็ยังมีอยู่ เพียงแต่เหมืองทองได้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นตลาดหุ้น (และตลาดการลงทุน) ส่วนกางเกงยีนส์ทนๆ และอุปกรณ์การขุด ก็ถูกแปรเปลี่ยนเป็นค่านายหน้า ค่าบทวิเคราะห์ และแน่นอน ค่าโปรแกรม Bloomberg Terminal ของคุณบลูมเบิร์กด้วย

เหมือนคำพูดติดตลกที่ในหมู่นักลงทุนชอบพูดกัน “คนที่ทำเงินได้มากที่สุดในตลาดหุ้นมักไม่ใช่คนเล่นหุ้น แต่เป็นคนที่ทำงานอยู่ในตลาดหุ้นต่างหาก”

และ ไมเคิล บลูมเบิร์ก ก็สามารถทำเงินจากเหมืองทองแห่งนี้ได้ถึง 53,000 ล้านเหรียญเลยทีเดียว

แหล่งอ้างอิง
Report: Bloomberg’s revenue hit $10 billion in 2018 : https://talkingbiznews.com/they-talk-biz-news/report-bloombergs-revenue-hit-10-billion-in-2018/
This is how much a Bloomberg terminal costs : https://qz.com/84961/this-is-how-much-a-bloomberg-terminal-costs/
Michael Bloomberg : https://www.forbes.com/profile/michael-bloomberg/#2b6b47531417

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *