จ่ายค่าไลฟ์โค้ชปีละ 1,000,000 เหรียญ

Mindset การเทรดสำคัญแค่ไหน

คนที่เป็นนักลงทุนหรือเทรดเดอร์ ส่วนใหญ่ต้นทุนในการลงทุน (นอกจากค่าคอมมิชชั่น) ก็มักจะหมดไปกับค่าหนังสือหุ้น สัมมนาหุ้น หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับหุ้น กระทั่งติดดอยหุ้นก็นับเป็นต้นทุนการเรียนรู้อย่างหนึ่งก็ว่าได้

แต่เคยได้ยินว่ามีใครจ่ายเงินเพื่อการ “โค้ชชิ่ง” ตัวเองบ้างไหมครับ ?

เราอาจรู้ว่าเรื่องของ mindset เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการเทรดและมีความสำคัญไม่มากก็น้อย แต่คงคิดไม่ถึงว่าจะมีบางคนที่ยอมจ่ายเงินเพื่อหาโค้ชชิ่งส่วนตัวทางด้านนจิตวิทยาการเทรดด้วย เทรดเดอร์คนนั้นคือคุณพอล ทูดอร์ โจนส์ เทรดเดอร์และผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์มูลค่ากว่า 7 พันล้านเหรียญ

แถมเงินที่เขาจ่ายเพื่อโค้ชส่วนตัวก็สูงถึงปีละ 1 ล้านเหรียญ ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะโค้ชส่วนตัวที่เขาจ้างมานั้นเป็นถึงคุณโทนี่ รอบบินส์ ที่เปรียบได้กับไลฟ์โค้ชเบอร์หนึ่งของโลก

เรื่องของเรื่องก็คือ คุณโจนส์นั้นเป็นเทรดเดอร์มากฝีมือที่สร้างชื่อเสียงได้จากการเข้าเทรดอย่างดุดันในช่วงวิกฤต Black Monday เมื่อปี 1987 ที่ตลาดหุ้นร่วงไป 22% แต่ปีนั้นคุณโจนส์สามารถทำเงินได้ถึง 200% จึงทำให้เขาเริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะของสุดยอดเทรดเดอร์

แต่หลังจากนั้น ผลงานของเขากลับไม่โดดเด่นเหมือนเก่าโดยไม่มีสาเหตุ พอถึงปี 1993 ก็มีเพื่อนของเขาได้แนะนำให้รู้จักกับคุณโทนี่ รอบบินส์ จนเป็นจุดเริ่มต้นให้ทั้งสองได้รู้จักกัน และกลายมาเป็นไลฟ์โค้ชส่วนตัวของคุณโจนส์ในที่สุด ซึ่งหลังจากนั้นผลการเทรดของเขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ เขาถึงกับบอกว่า ผลงานการเทรดที่ประสบความสำเร็จหลังจากนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความสามารถในการโค้ชชิ่งของคุณรอบบินส์

โดยเงิน 1 ล้านเหรียญที่คุณโจนส์จ่ายในแต่ละปี ก็เพื่อแลกกับการให้ โทนี่ รอบบินส์ เป็นโค้ชชิ่งส่วนตัว เขาจะส่งอีเมลคุยกับไลฟ์โค้ชระดับโลกคนนี้ในทุกๆ เช้าเพื่อเล่าถึงแผนการเทรด ความเสี่ยง และทุกอย่างที่เขาต้องการเล่า รวมถึงการนัดพบแบบส่วนตัวไตรมาสละครั้ง นอกจากนั้นคุณโจนส์ยังแบ่งส่วนหนึ่งของผลกำไรที่ได้จากการเทรดให้กับคุณรอบบินส์ด้วยเช่นกัน แต่ไม่มีใครรู้ว่าเขาแบ่งให้เท่าไหร่

เห็นได้ชัดว่าคุณพอล ทูดอร์ โจนส์ ให้ความสำคัญมากกับเรื่องจิตวิทยาในการเทรด แต่คำถามคือ แล้วผลลัพธ์หลังจากที่เขาจ่ายค่าที่ปรึกษานั้นเป็นอย่างไรบ้าง ?

ในช่วงก่อนปี 1987 ผลงานของเขาอยู่ในระดับที่เรียกได้ว่ายากจะหาใครเปรียบ

  • ปี 1985 ทำผลตอบแทนได้ 135%
  • ปี 1986 ทำผลตอบแทนได้ 99%
  • ปี 1987 ทำผลตอบแทนได้ 200%

แน่นอนว่าด้วยผลตอบแทนระดับสุดยอดขนาดนี้ ขนาดของกองทุนย่อมโตวันโตคืนและทำให้เป็นเรื่องยากที่จะรักษาผลตอบแทนระดับสุดยอดเอาไว้ โดยหลังจากปี 1987 ผลตอบแทนต่อปีของเขาลดลงมาเหลือราวๆ 18% ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ แต่ไม่มากพอเมื่อเทียบกับเฮดจ์ฟันด์ที่คิดค่าธรรมเนียมที่สูงกว่าปกติ

ซึ่งหลังจากที่ได้คุณโทนี่ รอบบินส์ เข้ามาเป็นไลฟ์โค้ชส่วนตัว ผลตอบแทนของเขาก็สูงขึ้นเป็นประมาณ 26% ต่อปีโดยเฉลี่ย และรักษาระดับผลตอบแทนนี้ได้นานกว่า 2 ทศวรรษ . . . ก่อนที่ผลตอบแทนของเขาจะเริ่มลดกลับมาเข้าสู๋ค่าเฉลี่ยปกติ

นั่นแปลว่า ถึงแม้ความสามารถด้านการโค้ชชิ่งของคุณโทนี่ รอบบินส์ จะทำให้คุณโจนส์สร้างผลตอบแทนที่ยอดเยี่ยมได้ต่อเนื่อง แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง ผลตอบแทนของเขาก็ต้องเจอปัญหาเหมือนกับที่สุดยอดเทรดเดอร์คนอื่นเจอ นั่นคือการลดลงของผลตอบแทนเมื่อเงินทุนมีขนาดใหญ่ขึ้น

สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเรื่องนี้ อย่างแรกคือความสำคัญของเรื่อง mind set ที่สำคัญขนาดว่าเขายอมจ่ายเงินเป็นล้านเหรียญต่อปีเพื่อจ้างไลฟ์โค้ชส่วนตัว

มันอาจดูจับต้องได้ยาก แต่จากที่ได้เห็นว่าผลตอบแทนของเขาหลังจากปี 1987 นั้นลดลงเหลือ 18% ต่อปี สาเหตุอาจเป็นเพราะขนาดเงินทุนที่ใหญ่ขึ้นมากเกินไปก็ได้ เคยเป็นไหมครับเวลาที่พอร์ตการลงทุนเราโตขึ้นมากจนไม่รู้จะรับมือกับมันยังไง นี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ผลตอบแทนเขาลดลง การได้คุณโทนี่ รอบบินส์ เข้ามาช่วยปรับสภาพจิตใจ จึงอาจมีส่วนช่วยให้เขาปลดล็อคข้อจำกัดทางจิตใจของตัวเองได้เหมือนที่เขาบอก

แต่ด้วยผลตอบแทนระดับ 26% ต่อปีอย่างต่อเนื่อง เมื่อเงินทุนมีขนาดใหญ่ขึ้น คุณโจนส์ก็ไม่อาจหนีความจริงทางคณิตศาสตร์เบื้องต้นได้ ยิ่งเงินทุนมากขึ้น การทำผลตอบแทนเป็น % เยอะๆ ก็ยิ่งยากขึ้นเช่นกัน นี่คือสิ่งที่เราได้เรียนรู้อีกอย่างจากเรื่องนี้

ในฐานะนักลงทุน เราอาจไม่ต้องถึงขั้นจ่ายเงินปีละหลักล้านเพื่อจ้างไลฟ์โค้ชส่วนตัวก็ได้ (จ่ายเงินปีละพันเพื่อซื้อหนังสือสำนักพิมพ์ผมทุกปีก็ดีใจแล้ว) แต่มันทำให้เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่า mind set คือสิ่งสำคัญกว่าที่คิด

ทุกคนล้วนมีปัญหาทางด้านจิตวิทยาที่ฉุดรั้งความสามารถของตัวเองอยู่เสมอ ไม้เว้นแม้แต่ พอล ทูดอร์ โจนส์

แหล่งอ้างอิง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *