บางครั้งตราสารหนี้อาจเสี่ยงมากกว่าหุ้น

โดย Benjamin Graham บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า

ลักษณะของพอร์ตการลงทุนมักจะถูกกำหนดด้วยลักษณะของเจ้าของพอร์ตการลงทุน ในด้านหนึ่งเรามีธนาคาร บริษัทประกัน และกองทุนรวมต่างๆ ซึ่งเมื่อก่อนการลงทุนของนักลงทุนกลุ่มนี้จะถูกจำกัดแต่ในเฉพาะตราสารหนี้คุณภาพสูง และในบางกรณีก็อาจลงทุนในหุ้นบุริมสิทธิคุณภาพสูงด้วย

แต่ในอีกด้านหนึ่ง เราก็มีนักธุรกิจผู้มากด้วยประสบการณ์และมีฐานะ ซึ่งจะเข้าซื้อหุ้นหรือตราสารหนี้ประเภทใดก็ได้ที่พวกเขาเห็นว่าน่าสนใจ

หลักการเก่าแก่ซึ่งฟังดูสมเหตุสมผลบอกว่า “คนที่ไม่สามารถยอมรับความเสี่ยงได้ควรจะพึงพอใจต่อผลตอบแทนระดับต่ำจากพอร์ตการลงทุน” ประโยคดังกล่าวได้นำไปสู่ความเชื่อทั่วๆ ไปที่ว่า อัตราผลตอบแทนซึ่งนักลงทุนควรคาดหวัง จะเป็นสัดส่วนโดยประมาณกับระดับความเสี่ยงที่พวกเขาเต็มใจยอมรับ

อย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้คิดแบบนั้น

ผมคิดว่าอัตราผลตอบแทนคาดหวัง ควรจะขึ้นอยู่กับระดับความพยายามและสติปัญญาที่นักลงทุนเต็มใจทุ่มเทให้แก่การลงทุนของพวกเขามากกว่า ผลตอบแทนต่ำๆ จะคู่ควรกับนักลงทุนเชิงรับ ผู้ซึ่งต้องการความปลอดภัยและไม่อยากกังวลใจอะไรมากนัก ขณะที่ผลตอบแทนสูงควรจะเป็นของนักลงทุนเชิงรุกผู้ตื่นตัว ซึ่งทุ่มเทสติปัญญาและทักษะให้แก่กิจกรรมการลงทุนอย่างหนัก

ในปี 1965 ผมเสริมว่า “ในหลายๆ ครั้งการซื้อหุ้นราคาถูกซึ่งมีโอกาสให้ผลตอบแทนสูงมีความเสี่ยงน้อยกว่าการซื้อตราสารหนี้ทั่วๆ ไปที่ให้ผลตอบแทน 4% เสียอีก”ประโยคดังกล่าวเป็นความจริงมากกว่าที่เราคิด เนื่องจากในปีต่อมาตราสารหนี้ระยะยาวชั้นเยี่ยมที่สุดก็ยังมีราคาลดลง เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยได้เพิ่มสูงขึ้น

ประโยคดังกล่าวเป็นความจริงมากกว่าที่เราคิด เนื่องจากในปีต่อมาตราสารหนี้ระยะยาวชั้นเยี่ยมที่สุดก็ยังมีราคาลดลง เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยได้เพิ่มสูงขึ้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *