มั่นใจแค่ไหนว่าตัวเองเก่งพอ

มีการทดลองชุดหนึ่ง ได้ทำการสอบถามผู้เข้าทดสอบจำนวนมากว่า คิดว่าตัวพวกเขาเองมีความสามารถในการขับรถมากขนาดไหน การขับรถยนต์ถือเป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยง และความสามารถในการขับขี่นั้นมีความสำคัญมาก ซึ่งเราต่างก็รู้ว่าโอกาสเกิดอุบัติเหตุมันมีสูง

ในกรณีของนักศึกษาในมหาวิทยาลัย มีคนกว่า 80-90% ของผู้ที่ตอบคำถามบอกว่าพวกเขามีทักษะที่สูงและเป็นผู้ขับขี่ที่ปลอดภัยกว่านักศึกษาคนอื่นๆ ที่อยู่ในรุ่นเดียวกันกับพวกเขา ในการทดลองครั้งนี้นักศึกษาเกือบจะทุกคนเชื่อว่าความสามารถของพวกเขาอยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ย

แต่ถ้าคนกว่า 80-90% ขับรถได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยจริงๆ อุบัติเหตุบนท้องถนนคงไม่เกิดมากมายขนาดนี้เป็นแน่

ในอีกการทดลองหนึ่งที่เกี่ยวกับนักศึกษา ผู้ตอบแบบสอบถามถูกถามถึงอนาคตที่น่าจะเป็นไปได้ของชีวิตของพวกเขาและของเพื่อนร่วมห้อง ส่วนใหญ่มองเห็นถึงอนาคตที่โรยด้วยกลีบกุหลาบของพวกเขาเอง ซึ่งจะรวมไปถึงอาชีพการงานที่ประสบความสำเร็จ ชีวิตแต่งงานที่มีความสุข และสุขภาพที่ดี

แต่เมื่อสอบถามถึงอนาคตของเพื่อนร่วมห้อง คำตอบที่ได้จะดูใกล้กับความเป็นจริงขึ้นมาก เพื่อนร่วมห้องถูกมองว่ามีโอกาสมากที่จะกลายเป็นผู้ติดสุรา ทุกข์ทรมานจากการเจ็บป่วย มีการหย่าร้าง และต้องประสบกับผลลัพธ์ในด้านอื่นๆ ที่ไม่ดีนัก

หรือแม้กระทั่งในการประเมินความสามารถทางกีฬา ซึ่งเป็นวงการที่การหลอกลวงตนเองไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ง่าย แต่ก็มีคนกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนผู้ชายที่ตอบคำถามเชื่อว่าพวกเขาเก่งถึงขนาดอยู่ใน 25% ของอันดับที่อยู่บนสุด

เห็นได้ชัดว่าแม้แต่พวกที่งุ่มง่ามที่สุดก็หลอกตัวเองเกี่ยวกับความสามารถทางกีฬาของพวกเขา มีเพียง 6% ของจำนวนผู้ชายที่ตอบคำถามเท่านั้นที่เชื่อว่าความสามารถทางกีฬาของพวกเขาอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย

แนวโน้มของความมั่นใจเกินควรนี้จะอยู่ในระดับสูงโดยเฉพาะของนักลงทุน นักลงทุนมักมีแนวโน้มที่จะประเมินความสามารถของตนเกินความเป็นจริงมากกว่ากลุ่มอื่น และไม่เชื่อในเรื่องของโชค

พวกเขาประเมินความรู้ความสามารถของตนเองสูงเกินไป ประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องต่ำเกินกว่าที่ควรจะเป็น และยังโอ้อวดความสามารถของเขาในการที่จะควบคุมเหตุการณ์ต่างๆ ได้สูงเกินไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *